วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

10 ข้อที่ควรรู้ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ “ TAG Heuer” ตอนที่ 2

5. The Carrera


โมเดลที่โดดเด่นที่สุดของ TAG Heuer ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับรถแข่ง หนึ่งในนั้นคือ “ Carrera ”
เดิมทีชื่อนี้มาจาก “ Carrera Panamericana “ หรือ การแข่งขันบนถนนสุดอันตรายในประเทศ Mexico ตั้งแต่ปีค.ศ. 1950 ถึง 1954 จนกระทั่ง Jack Heuer รับช่วงต่อบริษัทจากลุงของเขา และเปลี่ยนจากชื่อยาวๆเป็น “ Carrera ” ตามที่กล่าวข้างต้น
                       Jack Heuer ต้องการสร้างสรรค์ นาฬิกาข้อมือสำหรับนักแข่งรถ มันจะต้องอ่านค่าได้ง่าย และแข็งแรงพอที่จะต้านทานการสั่นสะเทือนของผู้ขับขี่ในระหว่างการแข่งขัน ผลที่ได้คือนาฬิกาสุด Cult เรือนนี้นี่เอง

6. การแข่งขันของ Chronograph


 เมื่อนาฬิกาข้อมือแบบไขลานอัตโนมัติเข้าถึงตลาดพวก มันก็ขายดีอย่างเทน้ำเทท่า ปล่อยให้แบบไขลานด้วยมืออยู่ถูกทิ้งอยู่บนชั้นวางของร้านค้า ตอกย้ำความต้องการ Chronograph ไขลานอัตโนมัติของตลาด
สามกลุ่มบริษัท พัฒนากระบวนการดังกล่าว ต่างคนต่างพยายามแข่งขัน เพื่อดูว่าใครจะไปถึงตลาดเป็นเจ้าแรก
                       Seiko และ Zenith เป็นสองในสามบริษัทที่ทำการแข่งขันกัน ส่วนอีกหนึ่งบริษัท เกิดจากความร่วมมือกันของ Heuer, Breitling และ Buren ความร่วมมือดังกล่าวได้พัฒนาความก้าวหน้า และวางแผนที่จะประกาศ ในBasel watch show ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1969 ในเวลานั้นพวกเขาจะมีต้นแบบการทำงานเพียงพอที่จะแสดงความสามารถในการผลิตแบบอนุกรมได้
                       หลังจากนั้น ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1969 Zenith ประกาศเปิดตัว El Primero ขณะที่ Heuer และกลุ่มพันธมิตรจัดขึ้นตามกำหนดเวลาประกาศในงาน Basel เดือนมีนาคม ตามที่วางแผนไว้พวกเขาสำรองการอ้างสิทธิ์โดยนำเสนอการทำงานของนาฬิกานับร้อย แสดงให้เห็นถึงการผลิตแบบต่อเนื่องและความสามารถในเชิงอุตสาหกรรม
                       Heuer เปิดตัว Movement ในชื่อ Calibre 11 และทำการอ้างสิทธิ์ซึ่งนับว่าเป็นประวัติศาสตร์ ในฐานะนักพัฒนา automatic winding chronograph caliber เจ้าแรก

7. Let’s Go Racing


นาฬิกาหลายของ Tag Heuer ส่วนมากจะมีความเกี่ยวข้องกับการแข่งรถ เช่นเดียวกับ “Heuer Monaco ” ที่พึ่งฉลองครบรอบ 50 ปี เมื่อไม่นานมานี้
  Steve McQueen สร้างชื่อเสียงให้นาฬิกาข้อมือเรือนนี้ โด่งดัง เป็นที่จับตามอง จากการใส่มันและแสดงภาพยนต์เรื่อง “ Le Mans ” ปีค.ศ. 1971 ในการรับบทเป็นนักขับ Michael Delaney แม็คควีนขอคำแนะนำจากเพื่อนของเขาและ Jo Siffert เกี่ยวกับการเตรียมตัวและบทของเขา เมื่อถึงเวลาแสดง แม็คควีนสวมชุดขับขี่ของ Siffert ซึ่งมีโลโก้ " Chronograph Heuer " เลือกที่จะใส่นาฬิกาข้อมือ “ Heuer Monaco ” เข้าฉาก จนมันกลายเป็นตำนาน ปัจจุบัน model 1133 ถือฉายานักสะสม“ McQueen Monaco”

8. Jack Comes Back


                       หลังจากเป็นเจ้าของบริษัทอันมีชื่อเสียงในปีค.ศ. 1962 Jack Heuer ก็ขึ้นเป็นผู้บริหาร จนกระทั่งกลุ่ม TAG ได้เข้าซื้อกิจการในปีค.ศ. 1985 หลังจากที่เขาออกไปทำอาชีพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
Jack’s stewardship encompassed the years that put the brand on the map.
เหนือสิ่งอื่นใดเขาทำการตรวจสอบ พัฒนาและเปิดตัว Carrera และโครงการ Calibre 11 ในขณะเดียวกันที่ Steve McQueen บริจาค Monaco ให้กับภาพยนตร์เรื่อง Le Mans เขาเป็นผู้บริหารของ Heuer ระหว่างปีค.ศ. 1971 – 1979 ช่วงเวลาที่บริษัท ทำหน้าที่เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ สำหรับการแข่งขันรถ Formula 1 racing (โลโก้ของHeuer มีให้เห็นบ่อยครั้งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด”Rush“ ซึ่งเป็นเรื่องราวกันแข่งขันอันยิ่งใหญ่ ระหว่างนักแข่ง James Hunt และ Niki Lauda ในปีค.ศ. 1976)
                       ในปีค.ศ. 2001 Jack Heuer กลับมาอีกครั้ง ในฐานะครอบครัวและประธานกิตติมศักดิ์ หลังจากกลับมาไม่นานก็พา TAG Heuer ถึงจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง
                       Jack Heuer ลาออกจาก TAG Heuer เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นวันก่อนวันเกิดปีที่ 81 ของเขา เหตุผลเพราะ เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำงานเกินอายุ 80 Jack ผู้เป็นสุภาพบุรุษอันเป็นที่รักของทุกคน

9.Monaco V4


                      Monaco มีชื่อเป็นที่โด่งดังอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงปีค.ศ. 2004 TAG Heuer ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ “Monaco V4” ในงาน Baselworld ,CEO Jean-Christophe Babin ตั้งใจที่จะแถลงเกี่ยวกับ V4 นี้ว่า TAG Heuer จะเพิ่มความท้าทายพัฒนากลไกการmovementที่ทันสมัย การออกแบบ V4 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาไม่กี่ปีในการออกแบบให้สมบูรณ์แบบ แต่คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ของเขา มีมากกว่านั้น Monaco V4 เปิดตัวในงานประมูลเพื่อการกุศล “2009 Only Watch” ที่จัดขึ้นอย่างพอดิบพอดีใน Monaco
                        Monaco V4 พิสูจน์ถึงความท้าทายดังกล่าว Movementของมัน เป็นการ “แหกกฎ” ครั้งใหญ่จากการผลิตนาฬิกาแบบเดิมๆ แทนที่จะเป็นเกียร์ธรรมดาและฟันเฟือง การเคลื่อนไหวของ V4 นั้นขับเคลื่อนด้วยสายพานซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องยนต์ของรถยนต์ หลายคนคิดว่ามันจะคงจะไม่เวิร์คแต่ TAG Heuer ได้แก้ไขปัญหาและเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถที่พัฒนาขึ้นใหม่ของแบรนด์ และต้องขอบคุณ Guy Sémon ในการดำเนินงานหลายๆส่วน

10. โคตรเร็ว


 ในอดีต การเคลื่อนที่ 36,000 vph สามารถวัดได้ 1/10 วินาทีนั้นถือว่ารวดเร็วแล้ว วิศวกรฟิสิกส์และนักบินชื่อ Guy Sémon เข้าร่วม TAG Heuer แล้วโลกก็เปลี่ยนไป หลังจากแก้ปัญหาความท้าทายของ V4 ได้แล้ว ฝีมือของเค้าในบริษัท TAG Heuer ยังได้ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Mikrograph (360,000 vph วัด 1 / 1oothวินาที), Mikrotimer (3,600,000 vph, วัด 1 / 1,000th ของวินาที), และ Mikrogirder (7,200,000 vph วัด 1 / 2,000 ของวินาที)
                       Sémon ไปถึงความเร็วที่เร็วมากๆเหล่านี้ โดยออกแบบสิ่งที่เขาเรียกว่าการเคลื่อนไหวแบบ “dual archetecture” แต่ละ movement จะ mainspring barrel สองตัวแยกกันและใช้ความถี่ในการทำงานที่ต่างกัน ตัวที่ช้ากว่าจะจัดการเรื่องการบอกเวลาประจำและตัวที่เร็วกว่า จะควบคุม Chronograph Mikrogirder ก้าวไปอีกขั้น แทนที่แบบเดิมด้วยชุดของ oscillating blades สามตัวที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อวัดเวลาด้วยอัตราที่ความเร็วที่ไม่น่าเชื่อในไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากต้องการทราบว่ามันเร็วแค่ไหน ให้ดูที่เข็มวินาทีChronograph กลางของ Mikrogirder ที่หมุนรอบหน้าปัด 20 ครั้งต่อวินาที ซึ่งคุณอาจจะไม่เห็นว่ามันกำลังเคลื่อนไหว เพราะมันเร็วจนมองไม่เห็น Sémon เป็นผู้นำยุคใหม่ ในการพัฒนากล Chronograph อย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Tag Heure เปิดตัว Generation ใหม่ในซีรีส์ “Connected Luxury Smartwatch” หรูดูดีมีระดับ

 หลังจากการนำซีรีส์ Luxury Connected กลับมาในปีค.ศ. 2015 ตามด้วยโมเดล Connected ปี ค.ศ. 2019 นอกจาก  Connected Modular Golf Edition แล้ว T...