วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

Tag Heure เปิดตัว Generation ใหม่ในซีรีส์ “Connected Luxury Smartwatch” หรูดูดีมีระดับ

 หลังจากการนำซีรีส์ Luxury Connected กลับมาในปีค.ศ. 2015 ตามด้วยโมเดล Connected ปีค.ศ. 2019 นอกจาก Connected Modular Golf Edition แล้ว Tag Heure ยังได้เปิดตัว 3rd Generation ของซีรีส์ Connected ประจำปีค.ศ. 2020 อีกด้วย เทคโนโลยีและการออกแบบอย่างพิถีพิถันของนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ ทำให้ตำแหน่งของแบรนด์นาฬิกาของสวิสเซอร์แลนด์ชั้นนำต้องหยุดชะงัก

 TAG Heuer Connected รุ่นใหม่นี้ เป็นนาฬิกาข้อมืออเนกประสงค์ที่จะมอบฟังก์ชั่นการทำงานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น บริการเชื่อมต่อรายวัน (จัดทำโดย Wear OS โดย Google) ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับกีฬาต่างๆที่ใช้งานได้จริง (ได้รับความอนุเคราะห์จากแอพ TAG Heuer Sports ) หรือแม้แต่ฟังก์ชั่นเบสิกอย่างนาฬิกาจับเวลา

 Frédéric Arnault หัวหน้าแผนกกลยุทธ์และดิจิตอลของ TAG Heuer ผู้นำโครงการที่มีความทะเยอทะยานตั้งแต่เริ่มต้น กล่าวว่า “TAG Heuer Connected ได้รับการออกแบบด้วยความหลงใหลและใส่ใจในทุกรายละเอียด มันไม่ใช่แค่ผลงานที่สวยงาม แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่น่าดื่มด่ำอย่างแท้จริง ณ ตอนนี้มันมีระบบ TAG Heuer digital ecosystem ที่สมบูรณ์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นเกี่ยวกับกีฬา”


 ตัวเรือนทำจาก สเตนเลสสตีลหรือไททาเนียม เส้นผ่านศูนย์กลาง 45 มม. มีลักษณะคล้ายนาฬิกาโครโนกราฟแบบดั้งเดิมของ Tag Heuer ประดับตกแต่งด้วยเพชรพลอยเจียรนัยเป็นอย่างดี กรอบหน้าปัดเซรามิกและเม็ดมะยมตรงกลาง หน้าปัดนาฬิกาใช้หน้าจอสัมผัสแบบ OLED ที่บอกข้อมูลได้ชัดเจน และอยู่ภายใต้กระจกหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าปัดตามความต้องการได้ถึง 5 หน้า ทั้งแบบกลไกและแบบดิจิตอล ได้แก่ หน้าปัดสามเข็มของ Heuer 02 พร้อมการโชว์โครงสร้างแบบ Skeletonized ,แบบจำลองดิจิทัลของโครโนกราฟ Carrera Heuer 01 , หน้าปัดที่คล้ายผลึกเหลว (liquid crystal) ,หน้าปัดแสดงผลแบบอัลกอริทึ่ม และหน้าปัดโครงสร้าง Nanotube แบบหกเหลี่ยมของ Tag Heuer ที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นานมานี้


 นอกจากนี้ Tag Heuer ยังออกมารับประกันอีกว่า การปรับแต่งจะไม่ได้หยุดแค่หน้าปัดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสายนาฬิกาอีกด้วย ระบบเปลี่ยนสายของ Tag Heuer ที่ใช้งานสุดแสนจะง่ายนี้ ช่วยให้ผู้สวมใส่เปลี่ยนลุค เปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนสายได้เพียงแค่ไม่กี่วินาที ส่วนตัวเลือกของสายยางสุดทนทานก็มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็น สีดำคลาสสิกเย็บตะเข็บสีแดง หรือส้มหรือเจาะพรุน สีกากี เสริมแกนโลหะ เลือกได้ดั่งใจ ส่วนการทำงานของ 3rd Generation ขับเคลื่อนโดยระบบปฏิบัติการ Wear OS โดย Google ซึ่งมีบริการมากมายคอยสนับสนุนผู้สวมใส่ตลอดทั้งวัน เช่น Google Pay, Google Translate, การแจ้งเตือนทางอีเมล ข้อความและแอปอื่น ๆ ที่ผู้ใช้ iOS และ Android สามารถเข้าถึงได้


 นอกเหนือจากคุณสมบัติต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว แล้วสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ TAG Heuer Connected 2020 คงจะเป็นระบบที่แบรนด์พยายามสร้างด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชัน TAG Heuer Sports “ ของตัวเอง การเชื่อมต่อนาฬิกาข้อมือกับโทรศัพท์ กลายเป็นเรื่องง่ายด้วยแอพที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ และยังรองรับ กีฬากอล์ฟ การวิ่ง การปั่นจักรยาน การเดินการออกกำลังกาย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆอีกด้วย และเพื่อให้จิตวิญญาณคลาสสิกของโครโนกราฟคงอยู่ Connected 2020 ยังได้นำเสนอฟังก์ชั่นนาฬิกาจับเวลาแบบ ที่สามารถใช้งานได้กับปุ่มบนเคสและมีความแม่นยำระดับมิลลิวินาที นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นตัวจับเวลาการแจ้งเตือนหรืออินเตอร์เฟสการตั้งค่าตามความต้องการ


                TAG Heuer Connected 2020 วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าและเว็บไซต์ของแบรนด์ มันเป็นหนึ่งในผลงานที่เปิดตัวได้ยิ่งใหญ่ของปีสำหรับผู้สร้างนาฬิกาสวิสที่ีมีชืู้่อเสียง่ามันเป็นเครื่องมือยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ ฟังก์ชั่นที่อัดแน่น ดีไซน์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปี 2020 ได้อย่างเยี่ยมยอด



วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563

นาฬิกาข้อมือสำหรับคนรักกอล์ฟ กับ “TAG Heuer Third-Generation Connected Golf Edition Watch”

   ในขณะที่โลกของเราเริ่มกลับสู่สภาวะปกติอย่างช้าๆ จากการระบาดของ COVID-19 การเปิดสนามกีฬาอย่างสนามกอล์ฟ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่ Socially Distance ยังมีความจำเป็นต่อสังคมของเรา ในขณะเดียวกันนี้ TAG Heuer ได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือซีรีส์ “Connected Golf รุ่นที่ 3 ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติใหม่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้านี้

  จากการเปิดตัวรุ่นที่สามของ โมเดล “Connected” ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020 Golf Edition รุ่นนี้จะเต็มไปด้วยฟังก์ชั่นที่ครบเครื่องยิ่งขึ้น รวมถึงความสามารถเฉพาะ สำหรับนักกอล์ฟที่ขับเคลื่อนโดยแอพเกี่ยวกับกีฬากอล์ฟของ TAG Heuer โดยเฉพาะ แอพนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านแผนที่แบบ 3 มิติได้โดยง่าย ระยะห่างระหว่าง Green และ Hazard การติดตาม Shot Tracking ตารางบันทึกคะแนนสำหรับผู้เล่น คน สถิติล่าสุด และฟีเจอร์ใหม่ “ Driving Zone” ซึ่งจะเก็บข้อมูลการตีในแต่ละครั้งเพื่อระบุจุดที่ดีที่สุดในการตีของแต่ละหลุมในสนาม เพื่อการตีที่ดียิ่งขึ้นในรอบต่อๆไป นอกจากนี้ ยังมี TAG Heuer Sport App ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมอื่น ๆ เช่นการวิ่ง การปั่นจักรยานและการออกกำลังกายรวมถึงความสามารถต่างๆจาก Wear OS โดย Google

   ตัวเรือนทำจากไททาเนียมสีดำขนาด 45 มม. กรอบหน้าปัดเซรามิกสีดำที่มีการแกะสลักจำนวน 18 สีที่บ่งบอกถึงหลุมในตแต่ละรอบ ปุ่มกดเคลือบแลคเกอร์สีเขียว ใช้ร่วมกับแอพ Golf ดังกล่าว เพื่อบันทึกการตีและระยะทางนอกเหนือจากการใช้งานอื่นภายในแอพแล้ว สายรัดข้อมือยางสีขาวที่มีการเย็บด้วยตะเข็บสีเขียวนั้น จะมีพื้นผิวที่คล้ายกับลูกกอล์ฟ ส่วนสายรัดข้อมือยางที่มีรูพรุนสีดำ ก็สามารถเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย ผ่านระบบการเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของ TAG Heuer เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันนอกสนามกอล์ฟ

    หน้าปัดนาฬิกา OLED แบบ TouchScreen มาพร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ป้องกันรอยขีดข่วน ปุ่มหมุนสลับระหว่างโหมด Active และ Ambient เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ตลอดทั้งวัน Connected Watch Golf Edition ยังมาพร้อมกับเครื่องชาร์จแบตเตอรี่และแพคเกจแบบพกพาในรูปแบบของกระเป๋า และอุปกรณ์เพิ่มเติมอย่างสายรัดข้อมือยางสำรอง ที่ซ่อมกรีน ลูกกอล์ฟสามลูกที่มีตรา TAG Heuer เป็นต้น

              TAG Heuer Connected Golf Edition วางจำหน่ายแล้ววันที่ 4 มิถุนายน 2020 ที่ร้านค้าปลีกที่ร่วมรายการและทางเว็บไซต์ของ TAG Heuer ในราคา 2,550 ดอลลาร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TAG Heuer Connected Watches สามารถดูได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

MIDO - Ocean Star GM

             

“Ocean Star GM” อีกหนึ่งผลงานจากแบรนด์นาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์เก่าแก่ MIDO นำเสนอฟังก์ชั่นการดำน้ำที่ยอดเยี่ยมและความโดดเด่นของฟังก์ชั่น GMT ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่สามารถอ่านเวลาในสองเขตเวลาที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ


              หน้าปัดสีดำที่ดูนุ่มนวลและเซรามิกสีน้ำเงินแวววาวบนกรอบหน้าปัดนาฬิกา นอกจากดีไซน์เหล่านี้แล้ว Ocean Star GMT ยังติดตั้ง 3 Hz (ความถี่ 21,600/ชม.) Caliber 80 ซึ่งให้พลังงานสำรองเป็นเวลาถึง 80 ชั่วโมง


              เพื่อการอ่านเวลาที่ง่ายและชัดเจน MIDO ได้ออกแบบเข็มบอกเวลาเพิ่มเติม นอกเหนือจากเข็มชั่วโมง นาที และวินาทีแล้ว เข็มสีฟ้าขัดเงายังแสดงเวลาในเขตเวลาที่สองโดยชี้ไปที่วงแหวนรอบนอกหน้าปัดสีน้ำเงินและสีดำ บอกเวลากลางวันและกลางคืนตามลำดับ เข็มและหลักบอกเวลาเคลือบด้วยสี Super-LumiNova หรือสีเรืองแสง เพื่อการมองเห็นที่ดีขึ้นในที่มืด

              ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลขนาด 44 มม. สลับกับพื้นผิวที่ขัดเงาด้วยซาติน (satin-finished) และมีการติดตั้งกรอบหน้าปัดทิศทางเดียวบนเซรามิกสีน้ำเงินที่ทนต่อการขีดข่วน เพื่อบอกเวลาที่ผ่านไปแก่ผู้สวมใส่


              ด้วยฝาหลังและเม็ดมะยมขันเกรียว จึงสามารถรับประกันการกันน้ำได้สูงสุดที่ 20 บาร์ (200 เมตร / 660 ฟุต) ฝาหลังสลักด้วยเขตเวลา

              จบด้วยสายผ้าสีน้ำเงินถักสวยงาม Mido Ocean Star GMT รุ่น M026.629.17.051.00 เสนอราคาขายปลีกอยู่ที่ 1,150 ยูโร หรือประมาณ 39,997 บาท

              Ocean Star GMT มีหลากหลายรุ่นให้เลือกไม่ว่าจะเป็น รุ่นสายโลหะและตัวบอกเวลาที่สอง GMT สีส้ม (รุ่น M026.629.11.051.01) และรุ่นโลหะทูโทน เคลือบด้วย PVD สีทองพิ้งค์โกลด์ (รุ่น M026.629.22 051.00) ราคา 1,210 ยูโรและ 1,340 ยูโรตามลำดับ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mido.com







วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

10 ข้อที่ควรรู้ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ “ TAG Heuer” ตอนที่ 2

5. The Carrera


โมเดลที่โดดเด่นที่สุดของ TAG Heuer ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับรถแข่ง หนึ่งในนั้นคือ “ Carrera ”
เดิมทีชื่อนี้มาจาก “ Carrera Panamericana “ หรือ การแข่งขันบนถนนสุดอันตรายในประเทศ Mexico ตั้งแต่ปีค.ศ. 1950 ถึง 1954 จนกระทั่ง Jack Heuer รับช่วงต่อบริษัทจากลุงของเขา และเปลี่ยนจากชื่อยาวๆเป็น “ Carrera ” ตามที่กล่าวข้างต้น
                       Jack Heuer ต้องการสร้างสรรค์ นาฬิกาข้อมือสำหรับนักแข่งรถ มันจะต้องอ่านค่าได้ง่าย และแข็งแรงพอที่จะต้านทานการสั่นสะเทือนของผู้ขับขี่ในระหว่างการแข่งขัน ผลที่ได้คือนาฬิกาสุด Cult เรือนนี้นี่เอง

6. การแข่งขันของ Chronograph


 เมื่อนาฬิกาข้อมือแบบไขลานอัตโนมัติเข้าถึงตลาดพวก มันก็ขายดีอย่างเทน้ำเทท่า ปล่อยให้แบบไขลานด้วยมืออยู่ถูกทิ้งอยู่บนชั้นวางของร้านค้า ตอกย้ำความต้องการ Chronograph ไขลานอัตโนมัติของตลาด
สามกลุ่มบริษัท พัฒนากระบวนการดังกล่าว ต่างคนต่างพยายามแข่งขัน เพื่อดูว่าใครจะไปถึงตลาดเป็นเจ้าแรก
                       Seiko และ Zenith เป็นสองในสามบริษัทที่ทำการแข่งขันกัน ส่วนอีกหนึ่งบริษัท เกิดจากความร่วมมือกันของ Heuer, Breitling และ Buren ความร่วมมือดังกล่าวได้พัฒนาความก้าวหน้า และวางแผนที่จะประกาศ ในBasel watch show ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1969 ในเวลานั้นพวกเขาจะมีต้นแบบการทำงานเพียงพอที่จะแสดงความสามารถในการผลิตแบบอนุกรมได้
                       หลังจากนั้น ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1969 Zenith ประกาศเปิดตัว El Primero ขณะที่ Heuer และกลุ่มพันธมิตรจัดขึ้นตามกำหนดเวลาประกาศในงาน Basel เดือนมีนาคม ตามที่วางแผนไว้พวกเขาสำรองการอ้างสิทธิ์โดยนำเสนอการทำงานของนาฬิกานับร้อย แสดงให้เห็นถึงการผลิตแบบต่อเนื่องและความสามารถในเชิงอุตสาหกรรม
                       Heuer เปิดตัว Movement ในชื่อ Calibre 11 และทำการอ้างสิทธิ์ซึ่งนับว่าเป็นประวัติศาสตร์ ในฐานะนักพัฒนา automatic winding chronograph caliber เจ้าแรก

7. Let’s Go Racing


นาฬิกาหลายของ Tag Heuer ส่วนมากจะมีความเกี่ยวข้องกับการแข่งรถ เช่นเดียวกับ “Heuer Monaco ” ที่พึ่งฉลองครบรอบ 50 ปี เมื่อไม่นานมานี้
  Steve McQueen สร้างชื่อเสียงให้นาฬิกาข้อมือเรือนนี้ โด่งดัง เป็นที่จับตามอง จากการใส่มันและแสดงภาพยนต์เรื่อง “ Le Mans ” ปีค.ศ. 1971 ในการรับบทเป็นนักขับ Michael Delaney แม็คควีนขอคำแนะนำจากเพื่อนของเขาและ Jo Siffert เกี่ยวกับการเตรียมตัวและบทของเขา เมื่อถึงเวลาแสดง แม็คควีนสวมชุดขับขี่ของ Siffert ซึ่งมีโลโก้ " Chronograph Heuer " เลือกที่จะใส่นาฬิกาข้อมือ “ Heuer Monaco ” เข้าฉาก จนมันกลายเป็นตำนาน ปัจจุบัน model 1133 ถือฉายานักสะสม“ McQueen Monaco”

8. Jack Comes Back


                       หลังจากเป็นเจ้าของบริษัทอันมีชื่อเสียงในปีค.ศ. 1962 Jack Heuer ก็ขึ้นเป็นผู้บริหาร จนกระทั่งกลุ่ม TAG ได้เข้าซื้อกิจการในปีค.ศ. 1985 หลังจากที่เขาออกไปทำอาชีพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
Jack’s stewardship encompassed the years that put the brand on the map.
เหนือสิ่งอื่นใดเขาทำการตรวจสอบ พัฒนาและเปิดตัว Carrera และโครงการ Calibre 11 ในขณะเดียวกันที่ Steve McQueen บริจาค Monaco ให้กับภาพยนตร์เรื่อง Le Mans เขาเป็นผู้บริหารของ Heuer ระหว่างปีค.ศ. 1971 – 1979 ช่วงเวลาที่บริษัท ทำหน้าที่เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ สำหรับการแข่งขันรถ Formula 1 racing (โลโก้ของHeuer มีให้เห็นบ่อยครั้งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด”Rush“ ซึ่งเป็นเรื่องราวกันแข่งขันอันยิ่งใหญ่ ระหว่างนักแข่ง James Hunt และ Niki Lauda ในปีค.ศ. 1976)
                       ในปีค.ศ. 2001 Jack Heuer กลับมาอีกครั้ง ในฐานะครอบครัวและประธานกิตติมศักดิ์ หลังจากกลับมาไม่นานก็พา TAG Heuer ถึงจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง
                       Jack Heuer ลาออกจาก TAG Heuer เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นวันก่อนวันเกิดปีที่ 81 ของเขา เหตุผลเพราะ เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำงานเกินอายุ 80 Jack ผู้เป็นสุภาพบุรุษอันเป็นที่รักของทุกคน

9.Monaco V4


                      Monaco มีชื่อเป็นที่โด่งดังอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงปีค.ศ. 2004 TAG Heuer ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือ “Monaco V4” ในงาน Baselworld ,CEO Jean-Christophe Babin ตั้งใจที่จะแถลงเกี่ยวกับ V4 นี้ว่า TAG Heuer จะเพิ่มความท้าทายพัฒนากลไกการmovementที่ทันสมัย การออกแบบ V4 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาไม่กี่ปีในการออกแบบให้สมบูรณ์แบบ แต่คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ของเขา มีมากกว่านั้น Monaco V4 เปิดตัวในงานประมูลเพื่อการกุศล “2009 Only Watch” ที่จัดขึ้นอย่างพอดิบพอดีใน Monaco
                        Monaco V4 พิสูจน์ถึงความท้าทายดังกล่าว Movementของมัน เป็นการ “แหกกฎ” ครั้งใหญ่จากการผลิตนาฬิกาแบบเดิมๆ แทนที่จะเป็นเกียร์ธรรมดาและฟันเฟือง การเคลื่อนไหวของ V4 นั้นขับเคลื่อนด้วยสายพานซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องยนต์ของรถยนต์ หลายคนคิดว่ามันจะคงจะไม่เวิร์คแต่ TAG Heuer ได้แก้ไขปัญหาและเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถที่พัฒนาขึ้นใหม่ของแบรนด์ และต้องขอบคุณ Guy Sémon ในการดำเนินงานหลายๆส่วน

10. โคตรเร็ว


 ในอดีต การเคลื่อนที่ 36,000 vph สามารถวัดได้ 1/10 วินาทีนั้นถือว่ารวดเร็วแล้ว วิศวกรฟิสิกส์และนักบินชื่อ Guy Sémon เข้าร่วม TAG Heuer แล้วโลกก็เปลี่ยนไป หลังจากแก้ปัญหาความท้าทายของ V4 ได้แล้ว ฝีมือของเค้าในบริษัท TAG Heuer ยังได้ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Mikrograph (360,000 vph วัด 1 / 1oothวินาที), Mikrotimer (3,600,000 vph, วัด 1 / 1,000th ของวินาที), และ Mikrogirder (7,200,000 vph วัด 1 / 2,000 ของวินาที)
                       Sémon ไปถึงความเร็วที่เร็วมากๆเหล่านี้ โดยออกแบบสิ่งที่เขาเรียกว่าการเคลื่อนไหวแบบ “dual archetecture” แต่ละ movement จะ mainspring barrel สองตัวแยกกันและใช้ความถี่ในการทำงานที่ต่างกัน ตัวที่ช้ากว่าจะจัดการเรื่องการบอกเวลาประจำและตัวที่เร็วกว่า จะควบคุม Chronograph Mikrogirder ก้าวไปอีกขั้น แทนที่แบบเดิมด้วยชุดของ oscillating blades สามตัวที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อวัดเวลาด้วยอัตราที่ความเร็วที่ไม่น่าเชื่อในไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากต้องการทราบว่ามันเร็วแค่ไหน ให้ดูที่เข็มวินาทีChronograph กลางของ Mikrogirder ที่หมุนรอบหน้าปัด 20 ครั้งต่อวินาที ซึ่งคุณอาจจะไม่เห็นว่ามันกำลังเคลื่อนไหว เพราะมันเร็วจนมองไม่เห็น Sémon เป็นผู้นำยุคใหม่ ในการพัฒนากล Chronograph อย่างแท้จริง

10 ข้อที่ควรรู้ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ “ TAG Heuer” ตอนที่1


TAG Heuer เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของนวัตกรรมความสัมพันธ์อันแน่นหนากับการกีฬาและการแข่งรถ เมื่อไม่นานมานี้ TAG Heuer  ได้มีการพัฒนาที่ก้าวล้ำในด้าน เครื่องโครโนกราฟของนาฬิกาข้อมือ “ Tourbillon “ นวัตกรรมใหม่ ภายใต้ราคากว่า $ 20,000 รวมถึงการเปิดตัว “Luxury Smart Watch” อีกด้วย และนี่คือ 10 สิ่งอื่น ๆ ที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ “TAG Heuer”

1.รากฐานจาก “การกีฬา”

Heuer Watch Company ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1860 โดย Edouard Heuer โดย workshop ที่แรกของเขาตั้งอยู่ที่ St-Imier สาธารณรัฐชูรา (Swiss Jura) ไม่นาน บริษัท ก็ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง เกี่ยวกับผลงานที่มีคุณภาพและการจับเวลาที่แม่นยำ เมื่อรวมกับนวัตกรรม เทคนิคหลายๆอย่างในช่วงค.ศ. 1880 ทำให้ บริษัท กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้าน “Sport Timing” (การจับเวลากีฬา) จนในปีค.ศ. 1920 นาฬิกา Heuer ถูกหยิบมาใช้ใน Antwerp, Paris และงาน Amsterdam Olympic และต่อมาในปีค.ศ. 1933 แบรนด์ก็ได้เปิดตัว “Autavia” นาฬิกาข้อมือจับเวลาแบบ Dashboard เรือนแรกสำหรับการแข่งรถแข่ง ความสัมพันธ์อันแนบแน่นของแบรนด์กับการจับเวลา Sport Timing โดยเฉพาะการแข่งรถ ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
                       ในปีค.ศ. 1985 Heuer ถูกซื้อโดย TAG Group (S.A. TAG ย่อมาจาก “Techniques d’Avant Garde” ) TAG รวมแบรนด์ TAG และ Heuer สร้าง ”TAG Heuer” ที่เรารู้จักในวันนี้ ต่อมาในปีค.ศ. 1999 LVMH ซื้อ บริษัท ในเครือ TAG Heuer

2. Chronograph เป็นเรื่อง “ ง่ายๆ ”

ย้อนกลับไปในสมัยที่ วิศวกรรมที่ดีเยี่ยมเหนือกว่าการตลาด Movement Designer พยายามพัฒนาCalibers ด้วยชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและง่ายต่อการบริการ ในปีค.ศ.1887 Edouard Heuer พัฒนาและจดสิทธิบัตร “เฟืองตัวเล็ก” กลไกซึ่งทำให้ Chronograph ง่ายขึ้น สรุปสั้นๆเฟืองตัวเล็กทำงานเป็นคู่ๆและแยกคู่ของ Chrongraphออก หรือนาฬิกาจับเวลา 
 กลไกและชุดเครื่องมือบอกเวลาปกติที่ขับเคลื่อนมัน เฟืองตัวเล็กนี้ แทนที่ระบบที่ซับซ้อน ทำให้กระบวนการผลิต ประกอบ การตั้ง การบริการนั้นเป็นเรื่องง่าย การพัฒนานี้ช่วยให้สามารถสร้าง Chronograph เชิงกลได้มากขึ้นโดยใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่า

3. เร็วและเร็วขึ้นไปอีก

  ความสำเร็จทางเทคนิคที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1916 เมื่อ Charles-Auguste Heuer เปิดตัว Mikrograph มันเป็นนาฬิกาจับเวลาเชิงกลตัวแรกที่สามารถวัด 1ต่อ100ส่วน ของวินาทีได้       เพื่อให้ถึงเป้าหมาย อัตราการเคลื่อนไหวของมันจะเท่ากับ 360,000 vph  เร็วกว่าสิบเท่าของ Chronograph 36,000 vph ที่เราคิดว่าเร็วแล้ว
   Original Mikrograph ปฏิวัติการจับเวลากีฬาแบบเดิม และได้ทำหน้าที่เป็นนาฬิกาจับเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปีค.ศ. 1920

4. “Swiss Watch” เรือนแรกในอวกาศ

 เมื่อคิดถึงนาฬิกา Mechanic ในอวกาศ หลายคนคงคิดว่าไม่ใช่ TAG Heuer อย่างแน่นอน แต่ก็อย่างที่เห็น ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1961 ประธานธิบดี John F. Kennedy ประกาศถึงเป้าหมายของเขา การส่งมนุษย์ขึ้นไปบนดวงจันทร์และนำเขากลับสู่โลกอย่างปลอดภัย ขั้นตอนแรกสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ นั้นคือการทำให้ผู้ถูกคัดเลือกเข้าสู่วงโคจรเสียก่อน และผู้ถูกคัดเลือกคนนั้นได้แก่ John Glenn นักบินอวกาศยาน Mercury กับภารกิจ “ Friendship 7 “ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1962
           Glenn โคจรรอบโลกเป็นเวลาสามครั้งโดยสวมนาฬิกาจับเวลา “Heuer 2915A “ บนข้อมือ ซึ่งรัดโดยสายยางยืดแบบ Custom-made “Heuer 2915A “ ทำหน้าที่เป็นตัวจับเวลาสำรองภารกิจ และใช้ในกิจกรรมอื่นๆบนอวกาศ ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์อากาศและอวกาศแห่งชาติ Washington, D.C (National Air & Space Museum in Washington, D.C)
                       

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562

จริงหรือไม่ที่ว่านาฬิกานั้นเป็นแค่เครื่องบอกเวลาหรือเครื่องประดับ




 ก่อนที่ทุก ๆ ท่านจะอ่านบทความนี้ ผมมีคำถามเล็ก ๆ สำหรับทุก ๆ คน โดยขอท่านตั้งคำถามสำหรับตัวท่านในใจว่า นาฬิกาที่อยู่บนข้อมือของท่านที่ใช้ดูอยู่ทุกวันนั้น ท่านรู้จักมันดีแล้วหรือไม่ มันมีความหมายอะไรซุกซ่อนอยู่ในนาฬิกานอกเหนือจากการเป็นเพียงเครื่องบอกเวลาหรือไม่ หรือเป็นแค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่ง   เมื่อท่านได้คำตอบสำหรับตัวท่านเองแล้ว

  ก่อนที่ท่านจะอ่านบทความเรื่องนี้ ผมขอให้ท่านได้ดูรูปนาฬิกายี่ห้อ ETERNA รุ่น KON-TIKI ก่อนนะครับ ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ผมชอบเป็นพิเศษ และตามหามานานแล้ว (แต่ยังไม่มีตัวสภาพสมบูรณ์ในครอบครองสักเรือน) แล้วท่านจะทราบจากบทความนี้ว่าทำไมผมจึงชอบ เมื่อท่านดูภาพนาฬิกาแล้วผมขอท่านจดจำความรู้สึกที่ท่านมีต่อนาฬิกาเรือนนี้ให้ดีนะครับว่าเป็นอย่างไร  ภายหลังจากที่ท่านอ่านบทความนี้เสร็จแล้ว ผมขอท่านย้อนกลับมาดูภาพนาฬิกาเรือนนี้อีกครั้ง แล้วสำรวจดูว่าท่านมีความรู้สึกต่อนาฬิกาเรือนนี้อย่างไร เหมือนหรือแตกต่างกันกับครั้งแรกที่ท่านได้เห็นนาฬิกาเรือนนี้ก่อนที่จะอ่านบทความ

    ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนท่านผู้อ่านก่อนนะครับ ว่าผมมิใช่ผู้ที่รู้ดีที่สุด เนื่องจากนาฬิการุ่นนี้มีมานานแล้ว ผมก็เกิดไม่ทันในยุคที่นาฬิการุ่นนี้ออกมาจำหน่าย ทั้งไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วผู้ที่คิดสร้าง ออกแบบ และตั้งชื่อรุ่นนาฬิกาเรือนนี้เขาคิดอย่างไร ผมเพียงเขียนมาจากข้อมูลและประสบการณ์ที่ผมรู้และทราบมาจากการอ่าน รวมทั้งจากการที่ผมชอบหนังสือเล่มหนึ่งมาก  ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็ว่าได้ ทำให้ผมสนใจนาฬิการุ่นนี้เป็นพิเศษ จึงใคร่จะแบ่งปันสิ่งที่ผมรู้ให้ทุก ๆ ท่านที่ชื่นชอบนาฬิกาได้ทราบบ้าง (หากท่านมีข้อมูลอื่นที่ถูกต้องกว่าผมก็ขอน้อมรับคำติชมและแนะนำนะครับ) ความยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติอันนี้เกี่ยวข้องกับนาฬิกาอย่างไรเชิญอ่านได้เลยครับ





  เรื่องราวที่มาของบทความนี้สืบเนื่องจากนานมาแล้วช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชายชื่อ ธอร์ ฮีเยอร์ดอล์ล ชาวนอร์เวย์ ผู้ซึ่งมีนิสัยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค รักการผจญภัยเฉกเช่นชาวไวกิ้ง สงสัยในสิ่งที่ตนเองพบเห็นถึงอารยธรรมโบราณแถบหมู่เกาะทะเลใต้ และชาติพันธ์ของมนุษย์แถบหมู่เกาะนี้ เป็นต้น (หมู่เกาะแถบตาฮิติ ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งหมู่เกาะและผู้คนในถิ่นนี้เรียกขานกันว่าชาวโปลินิเชี่ยน)

  ด้วยการที่ฮีเยอร์ดอล์ลสนใจความงามหมู่เกาะทะเลใต้ ซึ่งมีสมญานามว่าไข่มุกแห่งแปซิฟิค จึงได้ไปอยู่คลุกคลีกับชนพื้นเมืองที่ตาฮิติชั่วระยะเวลาหนึ่ง ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี ของชนพื้นเมืองมาบ้าง ประการสำคัญคือได้รับฟังถึงเรื่องที่มาของชนพื้นเมืองซึ่งอาศัยอยู่ตามหมู่เกาะแถบนี้ว่า มาจากผู้ซึ่งมีเรื่องเล่าขานว่าเป็นโอรสของพระอาทิตย์ เป็นเทพเจ้าของชาวเกาะ และเป็นผู้ปกครองหรือหัวหน้าคนแรกของชนชาวเกาะแถบนี้ ซึ่งมีชื่อว่า คอน-ทิกิ ฮีเยอร์ดอล์ลจึงเกิดความสงสัยว่าอยู่ ๆ จะมีมนุษย์มาอยู่บนเกาะนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้

  แต่จะต้องมีการย้ายถิ่นฐานมาจากที่ใดที่หนึ่งเป็นแน่ แล้วจะเดินทางมาได้อย่างไรในเมื่อหมู่เกาะแถบนี้อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินที่ใกล้ที่สุดคืออเมริกาใต้นับพันไมล์ทะเล ซึ่งเมื่อ 1500 ปี ที่แล้วย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่าจะมีพาหนะใดนำพามนุษย์ไปได้ไกลขนาดนั้น แต่ฮีเยอร์ดอล์ลก็ยังเชื่อว่ามนุษย์ยุคโบราณมีความสามารถในการทำสิ่งที่มนุษย์ยุคปัจจุบันคาดไม่ถึง จึงน่าจะมีสิ่งใดนำพาพวกเขาเหล่านั้นไปยังหมู่เกาะทะเลใต้ได้เป็นแน่

   ฮีเยอร์ดอล์ลจึงได้ไปศึกษาหาข้อมูลและอ่านตำราอันเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งเขาพยายามตั้งข้อจำกัดให้แคบลงไปว่าการอพยพย้ายถิ่นฐานน่าจะเกิดจากที่ใด มีจุดเริ่มต้นที่ไหน ทั้งนี้ก็ด้วยการเปรียบเทียบลักษณะทางกายภาพของชนชาวเกาะกับชาวแผ่นดินใหญ่ที่ใกล้ที่สุด ก็ได้ความว่ามีลักษณะตรงกับชนพื้นเมืองโบราณชาวอินคาแถบประเทศเปรู ฮีเยอร์ดอล์ลจึงได้ศึกษาหาข้อมูล รวมทั้งเรื่องเล่าเก่าแก่ปรัมปราของชาวอินคาโบราณ ก็ได้เค้าโครงว่าแต่เดิมดินแดนแถบนั้นมีเทพเจ้าผู้ปกครองและคอยอบรมสั่งสอนชาวอินคาโบราณให้มีอารยธรรม พร้อมกับเขาเหล่านั้นได้สร้างอารยธรรมไว้เป็นสิ่งปลูกสร้างมากมายให้มีความเจริญ (ซึ่งพบอยู่ในรูปร่องรอยอารยธรรมโบราณของชาวอินคาแถบประเทศเปรู) แต่อยู่ ๆ อารยธรรมเหล่านั้นก็หยุดชะงักไม่มีการสืบทอดอารยธรรมต่อ (ซึ่งน่าสงสัยยิ่งนักว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น)

  ชนชาวพื้นเมืองแถบเปรูก็กลับไปใช้ชีวิตแบบชนเผ่าต่อไป และพวกเขาเหล่าผู้มีอารยธรรมนั้นก็ได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย คงทิ้งไว้เพียงซากอารยธรรมที่หลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ ความข้อนี้จึงเป็นจุดสงสัยของฮีเยอร์ดอล์ลเป็นอย่างมาก เขาจึงได้ค้นคว้าเพื่อหาข้อสรุปตรงนี้ต่อไป ก็ได้ความว่าเมื่อนานมาแล้วชนพื้นเมืองชาวอินคาได้ทำการโค่นล้มบรรดาผู้ปกครองเหล่านั้น บรรดาผู้ปกครองเหล่านั้นจึงได้จากไปทางทะเลทิศตะวันตก ด้วยเหตุนี้เขาจึงเอาเค้าโครงเหล่านี้ไปไปเชื่อมโยงเข้าด้วยกันกับเรื่องเล่าเก่าแก่ของชาวโปลินิเชี่ยน พร้อมกับตั้งทฤษฎีว่าชาวโปลินิเชี่ยนได้อพยพย้ายถิ่นฐานไปจากแถบประเทศเปรู แต่พวกเขาเหล่านั้นเดินทางไปกับพาหนะอะไร นี่คือคำถามที่ต้องหาคำตอบต่อไป

  ฮีเยอร์ดอล์ลจึงทำการศึกษาถึงพาหนะที่ชาวชนพื้นเมืองแถบประเทศเปรูใช้แต่โบราณกาลมา ก็ได้ความจากบันทึกที่ชาวสเปนยุคแรก ๆ ซึ่งได้บุกเบิกเดินทางไปพบทวีปอเมริกาเขียนไว้ (ประมาณยุคโคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา) ว่าเขาเหล่านั้นใช้แพไม้บัลซ่าเป็นพาหนะในการเดินทางทางน้ำ ประกอบกับขณะนั้นชนพื้นเมืองเองเขาก็ยังใช้อยู่ ซึ่งเป็นการแปลกอีกอย่างที่ไม้บัลซ่านั้นจะมีขึ้นเฉพาะแต่ประเทศเปรูแถบเทือกเขาแอนดีสและอีคัวดอร์เท่านั้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของทฤษฎีการอพยพย้ายถิ่นฐานที่จะต้องพิสูจน์ด้วยการเดินทางของฮีเยอร์ดอล์ลกับพวกในเวลาต่อมา

 เมื่อฮีเยอร์ดอล์ลสามารถตั้งทฤษฎีของตนได้แล้ว ประการต่อมาก็คือจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าทฤษฎีนี้เป็นความจริง ซึ่งในช่วงแรก ๆ เขาได้พยายามศึกษาทะเลและการเดินทางทางทะเลจากพวกกะลาสีเรือ กัปตันเรือ และสมาคมนักบุกเบิกในนอร์เวย์ พร้อมกับพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูล นอกจากนี้ยังได้ส่งบทความเกี่ยวกับทฤษฎีของตนไปยังสมาคมต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้อ่านและเชื่อในทฤษฎีของตน พร้อมกับขอทุนสนับสนุนในการเดินทางเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี (ในยุคสมัยนั้นคนนิยมบุกเบิกไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีของตน หรือเพื่อให้ได้รับการจารึกและกล่าวขาน) 

แต่ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจอ่านเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน โดยเชื่อว่าชนชาวเกาะเหล่านั้นอาจมีอยู่เพราะการกระทำของพระเจ้าหรือสิ่งอื่น แต่มิใช่การอพยพ และการเดินทางด้วยแพไม้ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิคไกลนับพันไมล์ทะเลอย่างแน่นอน  เพราะเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายนั่นเอง ช่วงแรก ๆ เมื่อทฤษฎีของฮีเยอร์ดอล์ลทราบไปถึงที่ใดก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ แต่เขาก็ไม่ละความพยายามทั้งที่ตนเองแทบจะไม่มีเงินติดตัว ต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อนซึ่งเป็นอดีตกัปตันเรือที่พยายามพูดให้เขาล้มเลิกการคิดฆ่าตัวตายครั้งนี้เสีย

  ฮีเยอร์ดอล์ลจึงคิดหาหนทางให้คนมาสนใจด้วยการออกอากาศทางวิทยุในแถบยุโรป จนเป็นที่ฮือฮาอยู่ช่วงหนึ่ง  แต่การรอทุนสนับสนุนเหล่านั้นดูจะลางเลือนเต็มที  ฮีเยอร์ดอล์ลจึงได้ออกหาทุนด้วยตนเอง เพราะระยะเวลาที่จะต้องเดินทางใกล้เข้ามาทุกที (ก่อนจะถึงฤดูฝนและลมสินค้า  มิฉะนั้นก็ต้องรอในปีถัดไป) จนกระทั่งมีคนสนใจจะให้ทุนแต่ขอให้เขียนเรื่องการเดินทางของเขาไว้เพื่อจำหน่ายในภายหลัง

 ประการต่อมาก็ปัญหาเรื่องผู้ร่วมเดินทางที่ฮีเยอร์ดอล์ลต้องเลือกเป็นผู้ร่วมเดินทาง โดยกำหนดไว้ 6 คน รวมตนเอง ซึ่งก็มีผู้สนใจ 5 คน ล้วนแต่เป็นชาวนอร์เวย์และส่วนมากเคยเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยกันทั้งสิ้น จึงมีความสามารถแตกต่างกัน ทว่าทุกคนล้วนแต่ไม่รู้จักและมิใช่ผู้ที่เคยใช้ชีวิตในทะเล จากนั้นได้เดินทางไปประเทศเปรูเพื่อดำเนินการสร้างแพให้ทันกำหนดเวลาเดินทาง ซึ่งก่อนออกเดินทางข่าวของพวกเขาเหล่านี้เป็นที่สนใจของชาวนอร์เวย์และยุโรปเป็นอย่างมาก

 แต่ส่วนมากแล้วก็เห็นว่าเป็นการไปฆ่าตัวตายทั้งสิ้น  อีกทั้งเมื่อไปยังประเทศเปรูแล้วก็ยังประสบอุปสรรคอีกนานัปการ แม้กระทั่งเรื่องการหาต้นไม้บัลซ่าขนาดใหญ่มาสร้างแพ เพราะแถบประเทศเปรูมีการตัดไม้ไปใช้ตอนช่วงสงครามหมดแล้ว จึงต้องไปเอาไม้ที่ประเทศอีคัวดอร์ได้จำนวน 12 ต้น แต่ละต้นได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลในตำนานเก่าแก่ของชาวโปลินิเชี่ยน และล่องตามลำคลองผ่านป่ามาสู่ทะเล เพื่อล่องต่อไปยังประเทศเปรู

  จากนั้นก็มีปัญหาในเรื่องสถานที่สร้างแพ ฮีเยอร์ดอล์ลสำรวจสถานที่ต่าง ๆ แล้วเห็นว่าอู่เรือของราชนาวีเปรูมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง แต่ติดขัดในเรื่องระเบียบราชการและการที่พวกผู้จะเดินทางเหล่านี้เป็นชาวต่างชาติ ฮีเยอร์ดอล์ลจึงได้ขอเข้าพบประธานาธิปดีดอน โจเซ่ บุสทามานท์ วาย ริเวโร แห่งเปรู เพื่อขอใช้สถานที่จนได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้ เพราะเห็นว่าการเดินทางครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเปรูด้วย ระหว่างการสร้างแพโดยใช้ต้นซุงจำนวน 9 ต้น ทำตัวแพผูกยึดด้วยเชือกที่ทำจากต้นไม้ตามกรรมวิธีโบราณทุกประการ

 ตามที่ชาวสเปนยุคบุกเบิกได้บันทึกไว้และตามที่ชาวอินคาปฏิบัติโดยใช้วัสดุอุปกรณ์แบบโบราณ ระหว่างสร้างแพก็มีคนมาชมจำนวนมากซึ่งล้วนแต่ยิ้มเยาะและเห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กระทั่งแพแล้วเสร็จก็มีการจัดหาสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายรวมทั้งจากสถานทูตอเมริกันในเปรู ซึ่งข่าวการสร้างแพและเดินทางของเขาเหล่านี้ได้รับความสนใจจากชาวเปรู อเมริกา และยุโรปเป็นอย่างมาก แต่ส่วนใหญ่มักจะพูดว่าไม่สำเร็จทั้งสิ้น บ้างก็ว่าหากรอดมาได้จะเลี้ยงเหล้าฟรีพวกเขาตลอดชีวิตก็มี  บ้างก็พนันกันว่าแพจะลอยในทะเลได้กี่วันก็มี  

  ในวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1947 แพพร้อมออกเดินทางท่าเรือแคลเลาแออัดไปด้วยผู้คน และมีตัวแทนรัฐบาลเปรู เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อาร์เจนติน่า คิวบา รัฐมนตรีสวีเดน เบลเยียม นักหนังสือพิมพ์ กล้องถ่ายภาพยนตร์ แตรวง เป็นที่ใหญ่โตครึกครื้น พร้อมกับได้มีการกล่าวเรื่องชาวอินคาผู้ยิ่งใหญ่กษัตริย์แห่งสุริยะผู้หายไปทางทิศตะวันตกของทะเลเปรู และไปปรากฏตัวที่โปลินิเชี่ยนเมื่อ 1500 ปีก่อน ทั้งมีการเจิมแพด้วยลูกมะพร้าว พร้อมกับตั้งชื่อแพว่า “คอน-ทิกิ” ส่วนที่เสากระโดงแพก็มีการติดใบเรือที่มีการวาดรูปศรีษะอันเต็มไปด้วยเคราของคอน-ทิกิ ทาด้วยสีแดง โดยเป็นการจำลองจากเศียรของกษัตริย์แห่งสุริยะซึ่งสกัดไว้ด้วยหินสีแดงบนรูปสลักในเมืองปรักหักพังชื่อเทียฮัวนาโค    

วันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1947 ราชนาวีเปรูมีการนำเรือโยงชื่อ การ์เดียน ริออส ผูกโยงแพพาลากออกไปนอกเขตอ่าวเพื่อให้พ้นทางสัญจร โดยมีฝูงชนมารวมกันที่ท่าเรืออย่างแออัดเพื่อมาชมการเดินทางในครั้งนี้  ทั้งยังมีเรือยอร์ชแล่นไปส่งด้วย กระทั่งแสงสุดท้ายจากชายฝั่งหายไปห่างจากฝั่ง 50-60 ไมล์ทะเล เข้าสู่กระแสน้ำฮัมโบลท์ซึ่งพัดพาไปทางทิศตะวันตก เรือการ์เดียนก็ได้ตัดสายโยงและกลับเปรู ส่วนแพคอน-ทิกิ กับคณะเดินทางรวม 6 คน ก็ได้เดินทางไปตามกระแสน้ำและกระแสลมที่ใบเรือกางเต็มที่มุ่งสู่ทิศตะวันตกห่างจากฝั่งไปทุกที โดยเดินทางไปตามกระแสน้ำที่มิใช่เส้นทางเดินเรือในยุคนั้น แพคอน-ทิกิ จึงเดินทางไปในห้วงมหาสมุทรเพียงลำพัง ไม่พบเรือใด ๆ ในการเดินทางกลางมหาสมุทรครั้งนี้ ได้เสี่ยงภัยนานัปการ ใช้ความกล้าหาญอย่างยิ่งยวด ประสบอุปสรรคนานาประการ เช่น ภัยธรรมชาติ คลื่นลม พายุ สัตว์ต่าง ๆ ในท้องทะเลทั้งที่รู้จักและไม่เคยพบเห็น ทั้งสัตว์ดุร้ายและไม่ดุร้ายขนาดต่างกัน การดำรงชีพในวิถีแบบโบราณกลางทะเล ย้อนรอยเส้นทางเกาะอีสเตอร์ที่มีรูปสลักหินเป็นหัวมนุษย์ขนาดใหญ่ และประวัติศาสตร์ที่มาที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน ทั้งยังเกี่ยวเนื่องถึงเรื่องเล่าของชนเผ่าเมารีที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่กล่าวถึงพาหนะที่เป็น “ไม้มัดเข้าด้วยกันด้วยเชือก” กระทั่งเวลาผ่านไป 93 วัน ในหมู่คลื่น แพคอน-ทิกิ ได้พบเข้ากับเกาะ ๆ แรกของหมู่เกาะโปลินิเชี่ยน

 แต่แพยังเดินทางต่อถึงเกาะถัดไป แต่ไม่สามารถนำแพเข้าเกาะได้ ต้องฝ่าฝันภัยธรรมชาติอย่างมากในการเอาชีวิตรอดและไม่ให้แพแตก กระทั่งไปพบเกาะที่มีชนชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่ แต่ก็ประสบปัญหาไม่สามารถเอาแพเข้าฝั่งได้ สุดท้ายกระแสน้ำได้พัดแพไปชนแนวหินโสโครกกราโรเอีย และเกยตื้น ทั้งหกชีวิตต้องช่วยกันเพื่อเอาตัวรอดจนกระทั่งสามารถขึ้นฝั่งที่เกาะร้างดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย (พวกเขาตั้งชื่อว่าเกาะคอน-ทิกิ)

 ซึ่งเป็นเวลา 101 วัน นับแต่เดินทางออกจากเปรู ด้วยระยะทางประมาณกว่า 2000 ไมล์ทะเล และทั้งหมดได้ทึ่งกับแพไม้บัลซ่าสุดยอดพาหนะจากภูมิปัญญาของชาวอินคาโบราณ   ต่อมาได้มีชนชาวโปลินิเชี่ยนมาพาพวกเขาไปยังเกาะข้าง ๆ ที่มีคนพักอาศัย โดยชาวเกาะเหล่านี้เมื่อได้พบเห็นแพเข้า พวกเขาต่างตะลึงและตื่นเต้นยิ่งนัก เพราะเคยได้ยินเรื่องแพไม้แต่จากเรื่องเล่าปรัมปรายุคคอน-ทิกิ เทพเจ้าของพวกเขา ไม่นึกว่าแพจะมีจริง ๆ จึงมีการเล่าตำนานให้ฟัง

 หลังจากที่อาศัยที่เกาะได้ระยะหนึ่งพร้อมด้วยการเฉลิมฉลองด้วยมิตรภาพในหมู่ชาวเกาะทะเลใต้ที่งดงาม และระบำฮูลาฮูล่าที่อ่อนช้อย กระทั่งข่าวความสำเร็จและรอดชีวิตของพวกเขาแพร่ออกไปสู่โลกภายนอก  ทางการฝรั่งเศสที่ตาฮิติได้นำเรือมารับพวกเขาไปที่ตาฮิติ (ตาฮิติเป็นเกาะใหญ่ และเป็นศูนย์กลางการปกครองอาณานิคมโปลินิเชี่ยนของฝรั่งเศสในยุคนั้น) พร้อมกับเอาแพคอน-ทิกิ กลับไปด้วย

  ความอาลัยระหว่างผู้เดินทางกับชาวเกาะจึงมีขึ้น แต่ก็จำต้องจากกัน เมื่อเรือถึงตาฮิติก็มีผู้คนแออัดมารอรับพวกเขาที่ท่าเรือจำนวนมากเฉกเช่นวีระบุรุษ และทุกคนที่เป็นชาวเกาะล้วนแต่อยากเห็นแพเป็นอย่างมาก และมีคำกล่าวของหัวหน้าชาวเกาะว่า “เจ้ามาพร้อมข่าวดี แพของเจ้านำฟ้าสีเขียวครามมาสู่ตาฮิติ เพราะขณะนี้เรารู้แล้วว่าปู่ยาตายายเรามาจากไหน” จากนั้นได้มีเรือมารับพวกเขาพร้อมกับแพไปสู่อเมริกา เพื่อเดินทางกลับสู่ศตวรรษที่ 20 ซึ่งปัจจุบันแพไม้บัลซ่าดังกล่าวได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่อเมริกา จำไม่ได้แล้วว่าอยู่ที่สถาบันสมิทโซเนี่ยน หรืออยู่ที่มหาวิทยาลัยอะไร  

    ด้วยเหตุการณ์ผจญภัยเดินทางเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีครั้งนี้เองครับ ช่วงเวลานั้นนาฬิกาแบรนด์นี้ จึงได้ผลิตรุ่น KON-TIKI รุ่นแรกออกมา เพื่อเป็นเกียรติประวัติสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ โดยใช้ชื่อและสัญลักษณ์ “แพไม้บัลซ่าที่มีใบอยู่ตรงฝาหลังของนาฬิกา” (ต่อมาภายหลังมีการทำหน้าจอของนาฬิกาให้เป็นรูปคลื่นด้วย) ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชื่อและสัญลักษณ์แพนี้ (ซึ่งชื่อนี้มีความหมายสุดจะบรรยายอยู่ในตัวของมันเอง) ปรากฏอยู่ที่นาฬิกา เพื่อที่ผู้รู้จะได้ระลึกถึงคอน-ทิกิ แพไม้บัลซ่า และนักผจญภัยทั้ง 6 คน นั่นเอง ดังนั้น ETERNA รุ่น KON-TIKI จึงปรากฏลักษณะที่บ่งจำเพาะถึงการเดินทางในครั้งนี้อยู่ที่นาฬิกาทุกเรือน โดยเฉพาะตรงฝาหลังของนาฬิการุ่นนี้จะต้องมีแพไม้บัลซ่าเท่านั้นนะครับ ซึ่งเรือนที่เป็นภาพตัวอย่างนี้หน้าตาขี้เหร่มากครับ แต่เปี่ยมล้มด้วยประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ ซึ่งผ่านการพิสูจน์ทฤษฎีของคนในยุคหนึ่งจนเป็นที่โด่งดังทั่วโลกมาแล้วครับ   
   
    เห็นไหมครับว่านาฬิกา 1 เรือน มีความหมายซ่อนอยู่โดยที่เราไม่รู้อีกมากมาย ดังนั้น จงอย่ามองเพียงว่านาฬิกาเป็นแค่เครื่องบอกเวลา หรือเครื่องประดับนะครับ แต่มันมีคุณค่าในตัวเอง มีเกร็ดประวัติศาสตร์แอบแฝงอยู่ และอื่น ๆ  อีกมากมาย เมื่อท่านอ่านจบแล้วจงกลับไปดูภาพนาฬิกาข้างต้นอีกครั้ง แล้วทบทวนว่าท่านมีความรู้สึกกับนาฬิกาเรือนนี้อย่างไร เหมือนหรือแตกต่างกับที่พบเห็นในครั้งแรก                        
     ขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่สละเวลาอ่าน ขอท่านจงเพลิดเพลินกับการเก็บสะสม และหมุนเวียนเปลี่ยนมือนาฬิกาตามใจชอบ แต่อย่าลืมคำนึงถึงความลับแห่งเวลาที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ในนาฬิกาบนข้อมือของท่านด้วย มันอาจมีความลับหรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่ด้วยก็ได้นะครับ

ETERNA แบบ ของสุภาพสตรีหน้าปัดจะเป็นลายรูปคลื่น


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

การเลือกซื้อนาฬิกาในโลกออนไลน์



ปัจจุปันการซื้อขายของออนไลน์กำลังมาแรง ด้วยเหตุผลสะดวกรวดเร็ว และที่สำคัญราคาถูกใจ เพราะเป็นแหล่งที่รวมร้านค้ามากมายที่แข่งขันกันบริการทั้งเรื่องราคาและคุณภาพและการรับประกัน
นาฬิกาข้อมือเป็นหนึ่งในสินค้าที่ว่า อยากได้ อยากซื้อ ชอบใจราคา แต่ไม่มั่นใจ ปลอมหรือเปล่าทำมัยถูกจัง นาฬิกาข้อมือถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่มีมนต์ขลังในตัวเองท่านที่ชอบก็เก็บสะสมและใช้บอกเวลาในชีวิตประจำวันไปด้วย มาถึงตรงนี้ผมมีวิธีที่จะทำให้ซื้อแล้วสบายใจมาบอกกันน่าจะพอช่วยได้ไม่มากก็น้อย

1. ศึกษานาฬิกาข้อมือที่จะซื้อ ยี่ห้อ รุ่น ค้นหาข้อมูลหลายๆที่ ใน Google นี่แหละครับ หรือถ้ามีเวลาไปดูตัวจริงในห้างหรือชอปของรุ่นนั้นๆจะดีมาก ได้เทียบราคาด้วย

2. เลือกร้านค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บ,เฟส,ไลน์ ได้หมด สิ่งที่ต้องดูคือ
- อายุของร้านค้ายิ่งเยอะยิ่งดี
- การพูดคุยอัพเดทของร้านสม่ำเสมอ ยอดกดไลด์กดแชร์มันมันเมดได้ให้ดูเป็นประเด็นรอง
- ใช้รูปถ่ายตัวจริงของนาฬิกาข้อมือที่จะขาย ก่อนซื้อขอรูปเพิ่มมุมอื่นๆเพื่อความแน่ใจและเช็คไปในตัวว่ามีสินค้าพร้อมส่ง

3. ถ้าเป็นมือสองสอบถามตำหนิและคำยืนยันจากผู้ขายอีกครั้ง เนื่องจากกระจกนาฬิกาถ้ามีรอยบางทีถ่ายรูปมันไม่เห็นหรือถ่ายไม่ติด ต้องทำใจกับริ้วรอยเล็กๆน้อย ถ้าเป็นมือสอง เลือกร้านที่มีบริการหลังการขาย ดูแลอยู่ต่างจังหวัดไม่มีศูนย์ซ่อมก็สามารถส่งมาให้ร้านจัดการเป็นธุระให้ได้

ส่วนเรื่องแท้เทียม ถ้าทำตามที่กล่าวมาข้างต้น ร้านที่เราเลือกมาในระดับนึงแล้วได้ของแท้ครับ แต่ถ้ายังกลัว ซื้อใหม่ออกห้างครับ..5555

Tag Heure เปิดตัว Generation ใหม่ในซีรีส์ “Connected Luxury Smartwatch” หรูดูดีมีระดับ

 หลังจากการนำซีรีส์ Luxury Connected กลับมาในปีค.ศ. 2015 ตามด้วยโมเดล Connected ปี ค.ศ. 2019 นอกจาก  Connected Modular Golf Edition แล้ว T...