วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนาฬิกา


- สนามแม่เหล็กคืออะไร และมีผลกระทบต่อการเดินของนาฬิกาอย่างไร
สนามแม่เหล็กเป็นแหล่งกำเนิดคลื่นแม่เหล็กซึ่งคลื่นดังกล่าวจะมีผลกระทบกับนาฬิการะบบเปลี่ยนถ่าน ( Quartz ) ที่มีเข็ม แต่จะไม่มีผลกระทบกับนาฬิกาที่เป็นระบบ Digital (ตัวเลข) ซึ่งนาฬิกาที่มีเข็มจะใช้พลังงานในการขับเคลื่อนเข็มนาฬิกาด้วยมอเตอร์ขนาดเล็ก ที่ทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กในการควบคุมดังนั้นหากมีสนามแม่เหล็กจากภายนอกมารบกวน ก็จะทำให้การทำงานของมอเตอร์ดังกล่าวเกิดความคลาดเคลื่อน ซึ่งจะทำให้นาฬิการะบบ Analogue เดินไม่เที่ยงตรงหรือหยุดทำงานไปเลย  สำหรับนาฬิกากลไกอัตโนมัตินั้นในกรณีที่สนามแม่เหล็กมีความเข้มสูง จะมีผลต่อนาฬิกาประเภทนี้เช่นอาการเดินช้าหรือเร็ว ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการวางนาฬิกาไว้ใกล้แหล่งกำเนิดของสนามแม่เหล็ก เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้าโทรศัพท์, ลำโพง, หรือตู้เย็น รวมถึงอุปกรณ์ Electronics อื่น ๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความเที่ยงตรงของนาฬิกา

- จำเป็นหรือไม่ที่ต้องส่งนาฬิกาเข้าตรวจเช็คเป็นประจำ
การตรวจเช็คและบำรุงรักษามีความจำเป็นสำหรับนาฬิกาเป็นอย่างมาก โดยที่นาฬิการะบบควอทซ์ ได้ถูกออกแบบให้มีระบบแจ้งเตือนก่อนที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมด โดยสังเกตได้จากการเดินของเข็มวินาทีซึ่งจะเดินครั้งละ 2-5 วินาที นั้นคือการเตือนว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้ว อย่างไรก็ตาม นาฬิกาที่ใช้แบตเตอรี่ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ ทุก2 หรือ 3 ปี โดยศูนย์บริการของนาฬิกายี่ห้อนั้นๆเท่านั้น ซึ่งช่างจะตรวจเช็คนาฬิกาและทำความสะอาดสิ่งสกปรกภายในเครื่อง เช่น น้ำ ฝุ่น อื่นๆ และสำหรับนาฬิการะบบอัตโนมัติ ก็ควรนำนาฬิกาเข้าตรวจเช็คและบำรุงรักษาเนื่องจากนาฬิกาประเภทนี้มีกลไกที่ซับซ้อนและมีความสึกหรอ หากน้ำมันที่ใช้หล่อลื่นเสื่อมสภาพ หรือแห้งจึงจำเป็นต้องน้ำเข้ามาทำความสะอาดล้างเครื่องและหยอดน้ำมันเพื่อให้นาฬิกามีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ทั้งนี้ควรนำนาฬิกาเข้ามาตรวจเช็คและบำรุงรักษา ทุก 3-5ปี

- ระดับอุณหภูมิมีผลกับนาฬิกาหรือไม่ 
มีผล เนื่องจาก นาฬิกาจะสามารถเดินได้ดีในช่วงอุณหภูมิประมาณ  5-36องศาเซลเซียส ซึ่งหากมีอุณหภูมิที่สูงกว่านั้นอาจส่งผลให้อะไหล่ภายในเกิดความเสียหายได้
- ตัวเรือนนาฬิกาซีดจางหรือลอกมีสาเหตุมาจากอะไร 
สาเหตุของการที่ตัวเรือนนาฬิกาซีดจางหรือลอกนั้น อาจเกิดจากสารเคมีต่างๆที่มีในเครื่องสำอาง น้ำหอมประเภทสเปรย์ หรือ  ผงซักฟอก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่นาฬิกาที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีต่างๆเพื่อเป็นการถนอมนาฬิกาของท่าน

-แผ่นพลาสติกที่ติดมากับฝาหลังนาฬิกาควรดึงออกหรือไม่ 
ควรดึงออก เนื่องจาก บริเวณรอบๆ แผ่นพลาสติกจะเป็นที่สะสมของคราบต่างๆเมื่อนาฬิกาได้ถูกใช้งาน ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้ฝาหลังนาฬิกาเกิดสนิมและผุได้

- ควรเปลี่ยนถ่านนาฬิกาบ่อยแค่ไหน 
ถ่านนาฬิกาทั่วไปมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 2 ปีแต่ถ่านสำหรับนาฬิกาที่มีฟังก์ชั่นจับเวลา หรือ สามารถกดปุ่มไฟได้อาจอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆอย่างไรก็ดีควรเปลี่ยนถ่านนาฬิกาตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะถ้าทิ้งไว้นานเกินไปสารจากถ่านจะรั่ว และกัดกร่อน จนทำให้เฟืองนาฬิกาเสียได้

-ทำไมเปลี่ยนถ่านนาฬิกายี่ห้อเดียวกันแต่ราคาแตกต่างกัน 
เนื่องจากนาฬิกาบางรุ่น ถึงแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกันแต่ก็มีฟังก์ชั่นแตกต่างกันไปเช่น ปุ่มกดไฟ หรือ มีหน้าปัดบอกเวลามากกว่า 1 อัน ซึ่งนั้นก็หมายความว่า นาฬิการุ่นนั้นใช้ถ่านมากกว่า 1 ก้อนดังนั้นราคาของถ่านจึงขึ้นอยู่กับว่า ทางศูนย์ฯได้เปลี่ยนถ่านกี่ก้อนกับนาฬิกาเรือนนั้นๆ

- ทำไมนาฬิกาไม่เดิน (กลไกอัตโนมัติ) 
นาฬิกากลไกอัตโนมัติก่อนการสวมใส่ควรไขลานนาฬิกาเพื่อเป็นการช่วยทำให้ลูกเหวี่ยงภายในทำงานเพราะการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการขึ้นลานของนาฬิกาอาจเป็นสาเหตุให้นาฬิกาหยุดเดิน หรือ นาฬิกาอาจมีการกระแทกหรือกระเทือน ทำให้อะไหล่ภายในหลุดหรือคลายตัว ส่งผลให้กลไลต่างๆ ไม่ทำงานโดยปรกตินาฬิกาอัตโนมัติ โรงงานจะแนะนำให้ล้างเครื่องทุกๆ 3-5 ปี เพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่เนื่องจากเมื่อลูกค้าใช้นาฬิกาไปนานๆ จะมีความชื้น คราบฝุ่นละอองคราบน้ำมันจักรต่างๆ สะสมอยู่ ส่งผลให้นาฬิกาเดินได้ไม่ดีเท่าที่ควร

-ทำอย่างไรให้นาฬิกาทำงานอย่างเที่ยงตรงเสมอ 
ไม่ควรทิ้งนาฬิกาไว้ในที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำจนเกินไปเป็นเวลานานหลีกเลี่ยงการกระแทกแรงๆ และบริเวณที่มีอุปกรณ์แม่เหล็กหรือสนามแม่เหล็กสูง

-ดูแลรักษานาฬิกากันน้ำอย่างไรดี 
1. ส่งเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็คอย่างน้อยปีละครั้ง และเปลี่ยนยางกันน้ำสม่ำเสมอ (ทุก 2 ปี ) หรือทันทีที่ชำรุดโดยเฉพาะถ้าใส่นาฬิกาโดนน้ำเป็นประจำ 
2. ตรวจสอบเม็ดมะยมว่าขันแน่นทุกครั้งก่อนว่ายน้ำ และไม่ได้กดปุ่มใดๆ เอาไว้ 
3. หลังว่ายน้ำในทะเลหรือสระว่ายน้ำซึ่งมีส่วนผสมของคลอรีนควรล้างนาฬิกาด้วยน้ำสะอาดโดยเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านนาฬิกา 
4. ไม่ควรใส่นาฬิกาอาบน้ำ ถึงแม้ว่าจะเป็นนาฬิกากันน้ำเพราะสบู่จะลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้น้ำซึมเข้าไปในนาฬิกาได้
5. ระมัดระวังเม็ดมะยมและปุ่มกดขณะที่นาฬิกาเปียกเนื่องจากอาจทำให้ความชื้นเข้าไปภายในเครื่องได้

-ทำไมต้องล้างเครื่องนาฬิกา
การล้างเครื่องจะเปรียบเหมือนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ ของรถยนต์ เพราะว่านอกจากจะต้องถอดทุกชิ้นนำออกมาทำความสะอาดแล้ว ยังจะต้องหยอดน้ำมันหลายชนิดตามจุดต่าง ๆ ที่เหมาะสมซึ่งจะทำให้ชิ้นสิ้นต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพซึ่งจะเป็นการรักษาและยืดอายุการใช้งานของเครื่องดังนั้นท่านควรนำไปตรวจเช็คสภาพความเที่ยงตรงและความสมบูรณ์ของกลไกภายในเพื่อที่ช่างจะได้รู้ว่ามีความสกปรกภายในหรือน้ำมันหล่อลื่นตามจุดต่าง ๆแห้งหนืดหรือไม่ ทั้งนี้ ตามมาตรฐานของผู้ผลิตจะแนะนำให้ล้างเครื่องทุก ๆ 3-5 ปี
ขอบคุณบทความดีๆ จาก โทรคาเดโร กรุ๊ป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเลือกซื้อนาฬิกาในโลกออนไลน์

ปัจจุปันการซื้อขายของออนไลน์กำลังมาแรง ด้วยเหตุผลสะดวกรวดเร็ว และที่สำคัญราคาถูกใจ เพราะเป็นแหล่งที่รวมร้านค้ามากมายที่แข่งขันกันบริการท...